mode-of-Adam




[Honey and Clover 's Mode
: Mayama]






ลมหนาวเริ่มมาแล้วสินะ

อากาศเย็นขึ้นแต่ก็ยังอยากออกมาเดินเล่นตอนเช้า

ทั้งที่หลายปีก่อนไม่เคยจะเป็นแบบนี้



มันเริ่มจากความต้องการและกลายเป็นความเคยชิน

แม้กระทั่งตอนนี้..ก็พยายามคิดว่ายังมีมือนั้นคอยสัมผัสอยู่

มือข้างที่เปลี่ยนความหนาวเป็นความอบอุ่น

แต่กลับเป็นความอบอุ่นที่แสนสั้น




...เพราะคนที่ตัดสินใจปล่อยมือนั้นไป...คือผมเอง...






คำพูดของเขาที่เรียกชื่อ..เบาเหมือนจะกระซิบ

ปิดหู...จู่ๆก็ไม่อยากได้ยิน...




ความรู้สึกจากมือที่คอยมาแตะบนไหล่

หลบหนี...และไม่ต้องการ...






เพราะหันกลับไปมองคนข้างหลังเท่านั้น

เพราะไม่เลิกคิดที่จะคว้าสิ่งที่เดินผ่านมาแล้วเท่านั้น

เพราะไม่เคยลบเลือนออกไปได้

เพราะคิดว่ายังอยากเป็นเจ้าของสิ่งเดิมๆตลอดเวลา




ถึงจะหาความสุขกับมันไม่เคยได้...ก็ยอม...






ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่า..ถ้ามีบาดแผล

แล้วไปบีบคั้นมันไว้ก็รังแต่จะทำให้มันบาดลึกเข้าไปข้างในเท่านั้น.....






บาดแผลที่สร้างขึ้นด้วยน้ำมือตัวเอง....








นั่นสิ..พอถึงตอนนั้น..ทำไมยังแยกกันไม่ออก






...สิ่งที่รักและปรารถนาอยากให้ได้มันมา...






...กับ...






...สิ่งที่ทำให้มีความสุขรอคอยอยู่ตรงหน้า...






 ในโลกของผม..มันไม่เคยจะเป็นสิ่งเดียวกัน







ช่วงนี้คิดถึง J rock เก่าๆตลอดเลย คงเพราะไม่มีงานใหม่ที่ประทับใจมากนัก

ลองนึกย้อนไปว่าตัวเองเริ่มฟังเพลงญี่ปุ่นตั้งแต่เมื่อไหร่ ..จำไม่ค่อยได้

จนป่านนี้จะเป็นนศ.ปี3แล้ว รู้แต่ว่ายาวนานเหลือเกิน

------------------------------------

ย้อนมาที่งานของป๋า(ป้า) Sugizo คนนี้ที่เราเคยหลงใหล

ช่างเป็นคนที่เข้ากับไวโอลินเหลือเกิน

นอกไปจากเวลาจับกีตาร์บวกลีลาน่าหมั่นไส้บนเวที

ก็ต้องตอนอยู่กับไวโอลิน..ที่ดูขรึม เข้มแข็งและมีพลัง

คนที่เหมือนมีออร่าออกมาเวลาอยู่กับเครื่องดนตรีนี่..

เราจะชอบมากกก..(ใครเป็นเหมือนกันมั้ยไม่รู้)

ฮ้า~นึกถึงลูน่า ซี ก็ต้องเป็นลีลา(อันเร่าร้อน+แร่ด)

กับเสียงกีตาร์ที่แสบแก้วหูของป๋าหงิเท่านั้น

อ้ะ! ก่อนจะเตลิดไปไกล มาดูกัน ไม่รู้ว่าบางคนยังจำกันได้หรือเปล่า?

พูดถึงหนัง SOUNDTRACK ที่ป๋าเล่นกับสุดสวย ชิบาซากิ โค เมื่อปี 2002

ตอนนั้นต้องดูหลายรอบเลย -_- กว่าจะเข้าใจ

คือ..มันไม่มีบทพูด มีแต่เสียงไวโอลินของป๋า (ทำเอาเคลิ้มบ้าง)

เป็นเรื่องของพี่ชาย & น้องสาว ที่พ่อแม่ถูกปิศาจหุ่นกระบอก(?)ฆ่า

ทั้งสองเลยโตมาด้วยกัน และ ..รักกัน..

และในเมื่อทั้งคู่คือพี่-น้อง นั่นคือ..parallel life

อะไรที่มันต้องไปด้วยกัน ขนานกัน อีกนัยคือ..ไม่มีวันลงเอยกันได้

พี่ชาย(sugizo) เป็นนักแต่งเพลง เขาจะสีไวโอลินสื่อสารกับน้องสาว..

และแน่นอน เสียงไวโอลินไพเราะ! บาดลึก! ตลอดเรื่อง

น้องสาว(kou) เป็นนักเขียน เธอจะสื่อสารกับพี่ชายด้วยนิทานภาพที่เธอแต่ง..

ตอนที่เธอแอบวาดภาพพี่ชายที่รักแล้วรีบเก็บไม่ให้เห็น ดูน่ารักชะมัด!

อา..น้องสาว-พี่ชาย(<เริ่มเพ้อ) ช่วงนั้นถึงกับเข้าขั้นซินโดรมไปเลย

เพราะจำได้ว่าตอนเด็กๆ เราชอบบอกแม่บ่อยๆว่า

แม่คลอดพี่ชายให้หน่อยสิ เอิ้กส์~ อยากมีพี่ชายจัด

โทนของหนังจะมัวๆแบบคลาสสิคแฟนตาซีเข้ากับเนื้อเรื่องสุดๆ

มีทั้งบ้าน สวนสนุก และที่เชิดหุ่นกระบอกโรงย่อมๆ

และฉากที่กลายเป็นที่รักของใครหลายคน(รวมเราด้วย)ที่ได้ดูเรื่องนี้

คือฉากที่พี่ชายนอนตัวสั่นอยู่ในกองฟางวงๆ เหมือน รังนก

ข้างๆคือน้องสาวที่เอื้อมมือมาจับมือพี่ชายเอาไว้จนหยุดสั่น

เคยมีพี่คนนึงบอกว่า

2คนนี้นอนตะแคงเข้าหากันเหมือนคู่โครมาทิดที่ประกอบเป็น 1 โครโมโซม

เหมือนไม่เหมือนยังไงก็เลื่อนไปดูที่ภาพได้เลย^^

ข้างล่างเป็นส่วนหนึ่งของหนังที่ตัดมาทำเพลงปิดที่เพราะสุดยอด

จนถึงเดี๋ยวนี้ ทำนองเหล่านั้นกับเสียงหวานๆ..เรายังไม่ลืม..เพลงนี้

SUGIZO feat. bice - Rest in Peace & Fly Away

เห็น

ฉากนี้ป๋าหงิกำลัง

ฮั่นแน่! แอบวาดซะหล่อ(กว่าตัวจริง)

จะรู้มั้ยนั่น ว่าแอบมอง

ไม่รู้ได้ไง น้องน่ารักขนาดนี้

โค รีบเอารูปเก็บใหญ่เลย น่ารักดี

ฮ้า~

ตอนเด็กๆที่ดูหุ่นกระบอกด้วยกันในสวนสนุก

เธอกำลังจะบอกอะไร..

คงรู้อยู่แล้วสิน่ะ ^^

ดูสภาพ

ตามเนื้อเพลง

ทำคนดูเสียน้ำตาหลายถังแล้วนะ..

งามงด..ไฟนอลยอมแพ้(?)

รักภาพนี้มากเลย

อยากให้ J rock กลับมารุ่งเรืองในไทยอีกครั้งจังเลย โฮ..

พูดถึงศิลปินJ rockเก่าๆทีไร รู้ถึงความแก่ของตัวเองทันที เหอๆ

ในบรรดา Luna sea ที่ออกงานโซโล่ก็มีของ sugizo ที่ชอบที่สุด

แต่ชอบงานดนตรีมากกว่า อัจฉริยะมากแล้วครับพี่..กรุณาอย่าให้ป๋าหงิร้อง!



และยังมีเหตุผลที่ว่า ทุกครั้งเวลานั่งฟังเพลงของ Luna sea

ตอนแรกเราจะไม่สนใจเลยว่าลุงริวอิจิร้องว่าอะไรบ้าง เพลงกินใจแค่ไหน

แต่จะเงี่ยหูฟังซาวด์ดนตรีที่มันแสบๆ คลอๆ ไม่ก็ฝังอยู่ลึกๆ(ของป๋าหงิ)มากกว่า

ประมาณว่า

เฮ้ยย!! เสียงกีตาร์นี่มันกัดกินกันเกินไปแล้ว!ดูหน้าคนเล่นหน่อยดิ๊!

เป็นอย่างนี้เรื่อย..จนติดเป็นนิสัยของการฟังเพลงไปแล้ว

ก็แหง..ถ้าหน้าตามาก่อน สมัยนั้นก็คงไม่ชอบJ rockหรอกเฟร้ยย


ใครไม่เป็นมั่งล่ะ กับนักดนตรีน่ะยิ่งได้เห็นลีลาบน LIVE ยิ่งหลงรักนะ!

เหมือนกับถูกดึงตกหลุมลึก และเต็มใจจะไม่ปีนขึ้นมาตลอดชีวิตเลย..

ถึงตรงนี้หลายคนคงเข้าใจอยู่สินะ


(ยิ่งถ้าบนไลฟ์มี service จุ๊บๆสายฟ้าแลบด้วยแล้ว)


จากเอ๊าะๆ


ใช่มั้ยฮะ? ป๋าSugizo มือกีตาร์ที่แร่ดที่สุดในโลกาของผม!..



ล่าสุดก็กำลังลุ้นกับงานของ The Flare อยู่ *ติดใจตั้งแต่ Inner Child

เง้อ~พูดถึงหนังของป๋าหงิ ก็พลอยนึกถึงหนังของฮิเดะไปด้วยเลย...



งานนี้ไม่ได้ปั๊มชื่อผมไว้ที่ภาพ เพราะงั้นอย่าให้เจอการเอาไปแอบอ้างอย่างน่าไม่อายนะ ขอเตือน!